บทความ

ฝุ่น PM2.5: ภัยเงียบที่คนไทยต้องรู้

อากาศที่เราหายใจในทุกวันนี้ไม่ได้บริสุทธิ์อีกต่อไป ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เรียกว่า PM2.5 กำลังคุกคามสุขภาพของคนไทยอย่างเงียบ ๆ และต่อเนื่องทุกปี ประเทศไทยยังคงเผชิญกับวิกฤตมลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในทุกปี โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่และพื้นที่อุตสาหกรรม ซึ่ง PM2.5 ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่สุขภาพของประชาชนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศอีกด้วย (กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, ม.ป.ป.)

PM2.5 คืออะไร และอันตรายเพียงใด

ฝุ่น PM2.5 ถูกพิจารณาว่าเป็นมลพิษที่มีผลกระทบกับสุขภาพมากที่สุดในบรรดามลพิษทางอากาศโดยทั่วไป เนื่องด้วยขนาดที่เล็กมาก PM2.5 สามารถเข้าไปสู่ระบบทางเดินหายใจของมนุษย์ได้ และจากนั้นก็ไปทั่วร่างกาย เป็นสาเหตุของผลกระทบด้านสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาวมากมาย จากข้อมูล State of Global Air ระบุว่า PM2.5 ก่อให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประเทศไทยประมาณ 37,500 ราย (Greenpeace Thailand, ม.ป.ป.)

ในแง่ผลกระทบต่อสุขภาพ ละอองฝุ่นในอากาศที่มีอนุภาคขนาดเล็กจนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้นั้น สามารถลอดผ่านการกรองของขนจมูก ไปยังหลอดลม และลึกลงไปจนถึงถุงลม ปอด และซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย อันนำไปสู่การเกิดอาการแสบตา แสบจมูก เจ็บคอ ไม่สบาย ไอและมีเสมหะ ในขณะที่ผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาวมีผลทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดและโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ (ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย, ม.ป.ป.)

นอกจากนี้ องค์การวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติได้ระบุว่า มลพิษทางอากาศและฝุ่นละออง PM2.5 เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ รวมถึงเกิดโรคทางเดินหายใจ เพราะฝุ่นยังเป็นพาหะที่นำสารเคมีอันตรายและโลหะหนักที่อยู่ในฝุ่นเข้าสู่ร่างกายอีกด้วย (โรงพยาบาลสมิติเวชไชน่าทาวน์, ม.ป.ป.)

สถานการณ์ในประเทศไทย

ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีมลพิษทางอากาศสูงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีค่าเฉลี่ย PM2.5 เกินมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ถึง 4 เท่า จากข้อมูลปี 2024 เมืองขอนแก่นมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงที่สุดในประเทศไทย โดยกรุงเทพมหานครอยู่ในอันดับที่ 4 (IQAir Thailand, 2025)

ปัญหาฝุ่น PM2.5 มักจะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) และฤดูร้อน (มีนาคม-เมษายน) เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งและลมสงบในสองช่วงฤดูนี้ ทำให้ฝุ่น PM2.5 สะสมอยู่ในอากาศมากขึ้น (กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, ม.ป.ป.)

สาเหตุหลักของปัญหา

สาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือมาจากการเผาไหม้ชีวมวลทางเกษตรกรรมและไฟป่า รวมถึงหมอกควันข้ามพรมแดน ขณะที่แหล่งกำเนิด PM2.5 ในอากาศของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มาจากการจราจรทางบกและการขนส่งอื่น ๆ อุตสาหกรรม ครัวเรือน และการเผาในที่โล่ง นอกจากนี้สภาพอากาศสงบนิ่งไม่กระจายตัว ส่งผลต่อการสะสม PM2.5 ในอากาศมากขึ้น (สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์, 2567)

สำหรับไฟป่า พบว่า 90% ของไฟป่าในประเทศไทยเกิดจากการเผาป่าโดยมนุษย์ เพื่อการเก็บหาของป่า การจุดไฟให้พื้นป่าโล่งสะดวกในการเดิน การจุดเพื่อกระตุ้นการงอกและกระตุ้นการแตกใบใหม่ของพืชผัก ซึ่งการเผาป่าและไฟป่ายิ่งส่งผลให้เกิดควันไฟ หมอก ขี้เถ้า แก๊สพิษ รวมถึงฝุ่น PM2.5 (โรงพยาบาลสมิติเวชไชน่าทาวน์, ม.ป.ป.)

แนวทางการแก้ไขและสิ่งที่ทุกคนทำได้

ภาครัฐได้ดำเนินมาตรการแก้ไขหลายอย่าง เช่น การควบคุมการเผาในที่โล่ง การปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, ม.ป.ป.) อย่างไรก็ตาม การทุ่มงบประมาณและระดมทรัพยากรในด้านการดับไฟป่าเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ปลายเหตุ การจะดำเนินนโยบายและมาตรการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของภาครัฐให้ได้ผลอย่างจริงจัง ทุกฝ่ายต้องมีความเข้าใจร่วมกันถึงปัญหาและสาเหตุที่สลับซับซ้อน (TDRI, 2567)

ในระดับบุคคล ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือเดินทางด้วยจักรยานหรือเดินเท้ามากขึ้น ประหยัดพลังงาน และปลูกต้นไม้ (กรมประชาสัมพันธ์, ม.ป.ป.)

การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทยจำเป็นต้องได้รับความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นต้นเหตุของการเกิดฝุ่น PM2.5 (สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์, 2567) ฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่คือวิกฤตสาธารณสุขที่ทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบก่อนที่อากาศที่เราหายใจจะคร่าชีวิตเราทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว

 

รายการอ้างอิง (References)

  • กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม. (ม.ป.ป.). ฝุ่นพิษวิกฤต PM2.5 ความท้าทายยุคโลกรวน. https://www.dcce.go.th/6009/
  • กรมประชาสัมพันธ์. (ม.ป.ป.). สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทย. https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/362778
  • กรมประชาสัมพันธ์. (ม.ป.ป.). แนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5. https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/362787
  • Greenpeace Thailand. (ม.ป.ป.). ฝุ่น PM2.5 ทำร้ายเราโดยไม่รู้ตัว. https://www.greenpeace.org/thailand/explore/protect/cleanair/pm25-harm/
  • IQAir Thailand. (2568). บทสรุปคุณภาพอากาศทั่วโลกประจำปี 2024. https://iqualityair.com/aqi-world-air-quality-report-2024/
  • โรงพยาบาลสมิติเวชไชน่าทาวน์. (ม.ป.ป.). PM 2.5 คืออะไร เกิดจากอะไร ทำความเข้าใจและป้องกันฝุ่นไปพร้อมกัน. https://samitivejchinatown.com/th/article/health/what-is-pm-2.5
  • สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์. (2567). PM2.5: วิกฤตฝุ่นละอองในประเทศไทยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ. https://www.cri.or.th/th/articles-20240320/
  • ศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย. (ม.ป.ป.). ผลกระทบของวิกฤตฝุ่น "PM2.5" และแนวทางการมีกิจกรรมทางกายที่ปลอดภัย. https://tpak.or.th/th/article/669
  • สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI). (2567). ปัญหาฝุ่น PM2.5: แนวทางป้องกัน-ลดเผาในที่โล่ง. https://tdri.or.th/2024/03/pm2-5-solution-annual-appropriations-bill/
  • รูปประกอบจาก : https://unsplash.com/photos/selective-focus-of-white-snow-butte-VSGEH7tKiUg

วันที่โพสต์ 4 เมษายน 2569
ผู้เขียน admin